รวมภาพบรรยากาศความประทับใจในค่ำคืนที่ผ่านมา กับงาน The X Clusive Charity Dinner Talk ที่จัดไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ที่ห้องอาหาร Medinii Panorama Restaurant โรงแรม The Continent Bangkok

บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้ และความอิ่มเอมจากการร่วมทำบุญให้กับหน่วยงานต่างๆภายในงานจัดแบบ Private ที่เราจัดเต็มให้พิเศษเฉพาะแขกคนสำคัญ อย่างศิษย์เก่า XMBA แบบ Xclusive ได้เต็มอิ่มทั้งบุญและความรู้ พร้อมได้ Connection ที่ดีมากมาย

Charity Dinner ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก เสี่ยป๋อง วัชระ แก้วสว่าง เซียนหุ้นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย และ คุณนพ พงศธร ธนบดีภัทร President - Eddu ที่ถึงแม้ทั้งสองท่านจะมีคิวตารางงานที่แน่นมากๆ แต่ก็ยังให้เกียรติมาร่วมรับประทานอาหาร และพูดคุย ให้ความรู้ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับแขกคนสำคัญของเราแบบจัดเต็ม

ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดี และมาทำบุญร่วมกันนะคะ บางท่านอาจจะติดงาน ติดธุระสำคัญ และมีตารางงานส่วนตัวที่แน่นมากๆ แต่ก็ยังสละเวลามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

สำหรับท่านไหนที่พลาด Event นี้ ไม่ต้องเสียใจนะคะ ทาง eddu  เราพร้อมที่จะจัด Event ดีๆ เพื่อให้ทุกท่านได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดี และพบปะสังสรรค์ด้วยกันอีกแน่นอน 

ทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางหน้าเพจ : Executive Education by Eddu ไว้มาพบกันใน Event หน้านะคะ รับรองว่า Exclusive ทุกงานแน่นอน 

#XMBA #XMBAalumni #XMBACharitydinner

PEAK Corporation Company Limited (www.peakaccount.com) ร่วมมือ eddu Group International (www.eddu.org) จัดงานสัมนาออนไลน์ส่งต่อความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ เพื่อการต่อยอดให้กับธุรกิจ ผ่านแอปพลิเคชัน Zoom โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม

งานสัมนาออนไลน์ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก “คุณนพ พงศธร ธนบดีภัทร” CEO & CO-Founder บริษัท eddu Group International และบริษัท FINNX (www.refinn.com) ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาด้านธุรกิจ รวมถึงวิทยากรให้องค์กรชั้นนำของประเทศไทย มาเป็นวิทยากรหลักในงาน ที่จะพูดให้ความรู้ พร้อมแชร์ประสบการณ์ตรง เจาะลึกในเรื่องการตลาด และการสร้างแบรนด์เพื่อนำไปใช้ต่อยอดให้กับธุรกิจได้อย่างตรงจุด

โดยในงานจะมีการแจกสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วม ลุ้นรับหลักสูตรธุรกิจออนไลน์ Shortcut MBA ฟรี จำนวน 2 รางวัล ซึ่งงานจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2566 เวลา 13.00 - 15.00 น. สามารถลงทะเบียนออนไลน์ และติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : MBA Master Business Academy

บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จํากัด ร่วมมือกับทาง eddu Group International (www.eddu.org) พร้อมส่งต่อสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า LINE Official Account ที่สนใจเรียนหลักสูตรธุรกิจออนไลน์ของ eddu ผ่านช่องทาง LINE Family Club ด้วยส่วนลดหลักสูตรสุดคุ้มที่ควรค่าแก่การซื้อที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถนำไปต่อยอดให้ธุรกิจได้ตลอดไป

โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าที่เคยเพราะทาง LINE Family Club และ eddu พร้อมแจกโค้ดส่วนลดมากถึง 300 สิทธิ์ เพียงลูกค้านำสิทธิ์นี้ไปแจ้งกับทาง LINE Official Account ของ eddu รับส่วนลดทันที 10% สำหรับ 2 คอร์สเรียนออนไลน์ยอดนิยมในหลักสูตร Shortcut MBA และ หลักสูตร Digital Marketing

LINE Family Club เป็นเหมือนคลับความสุขของคนทำธุรกิจที่คัดสรรและรวบรวมสิทธิประโยชน์ให้ธุรกิจที่ใช้ LINE Official Account เพื่อเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรม และสิทธิพิเศษที่ช่วยเพิ่มความรู้ เพิ่มกำไร เพิ่มความสุขให้ธุรกิจโตไปพร้อมกัน

ซึ่งการที่ LINE Family Club ร่วมมือกับ eddu Group International มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า LINE Official Account เพียงแค่นำโค้ดส่วนลดมาใช้สิทธิ์ซื้อหลักสูตรธุรกิจออนไลน์ของทาง eddu ที่นำทีมสอนโดย  “อาจารย์นพ พงศธร ธนบดีภัทร” CEO & CO-Founder บริษัท eddu Group International และบริษัท FINNX (www.refinn.com) ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาด้านธุรกิจ รวมถึงวิทยากรให้องค์กรชั้นนำของประเทศไทย จึงถือโอกาสนี้เป็นการบอกต่อช่องทางในการเพิ่มความรู้ และเพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดให้กับธุรกิจเติบโตได้อีกทางนึง

โค้ดส่วนลดนี้จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 31 ตุลาคม 2566 เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยมีจำกัด 300 สิทธิ์ หากลูกค้า LINE Official Account ท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อกับ LINE Official Account ของ eddu และติดตามรายละเอียดสิทธิพิเศษเพิ่มเติมผ่านทาง LINE Family Club ได้เลย

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผนึกกำลังกับ eddu Group International (www.eddu.org) ร่วมสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยข้อมูล จากเครื่องมือ ZOCIAL EYE พร้อมเปิดตัวทีม “ZOCIAL EYE TRAINER” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือ ZOCIAL EYE ที่จะมาช่วยปลดล็อกศักยภาพของการใช้งานข้อมูล และสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจ

ZOCIAL EYE คือเครื่องมือที่จะช่วยผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กในการดึง Data ซึ่งปัจจุบัน ZOCIAL EYE เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดีย ของไวซ์ไซท์ ที่ให้บริการลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ประมาณ 350 - 400 ราย

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “ธุรกิจขนาดเล็กมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตและพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 35% ของ GDP รวมของประเทศในปี 2565 แต่ด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากร การเงิน และคน ทำให้ศักยภาพในการแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่อาจไม่เพียงพอ เราเองในฐานะบริษัท SME และผู้ให้บริการข้อมูล เข้าใจ และเห็นถึงข้อจำกัดนี้ และมองว่า “ข้อมูล” จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างข้อได้เปรียบทางธุรกิจ รวมถึงการฟังเสียงของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์จะเป็นทางลัดที่ทำให้เข้าใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น”

ซึ่งทีม ZOCIAL EYE TRAINER แต่ละท่านมีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย โดยจะใช้เครื่องมือ ZOCIAL EYE มาช่วยเสริมสร้างธุรกิจผ่านบทเรียน คำแนะนำ และอื่น ๆ เช่น การทำโฆษณาออนไลน์, การขายของ และวางกลยุทธ์การตลาด, การทำคอนเทนต์, การทำรายงาน (Report)

โดยผู้ประกอบการสามารถเลือกเรียนกับผู้สอนได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจรวมถึงจะมาช่วยฝึกอบรมแนะนำการใช้งานเครื่องมือ ZOCIAL EYE เพื่อส่งเสริมให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กสามารถขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูลในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉลี่ยต่อวัน 89 บาทต่อวันเท่านั้น

และหนึ่งในทีม ZOCIAL EYE TRAINER นั่นก็คือ “คุณนพ พงศธร ธนบดีภัทร” CEO & CO-Founder บริษัท eddu Group International และบริษัท FINNX (www.refinn.com) ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาด้านธุรกิจรวมถึงวิทยากรให้องค์กรชั้นนำของประเทศไทย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อยอดแนวคิดขับเคลื่อนตลาดทุนไทย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ SET ESG in Action โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเริ่มจากภายใน สู่ความยั่งยืนอย่างมูลค่า พร้อมจับมือกับ Eddu Group International (www.eddu.org)  จัดหลักสูตรอบรม Perfect Pitching & Storytelling เพื่อต่อยอดความรู้ให้นักศึกษาฝึกงาน ในโครงการ SET Internship Academy 2023 

โดยได้รับเกียรติจาก “อาจารย์นพ พงศธร ธนบดีภัทร” CEO & CO-Founder บริษัท Eddu Group International และบริษัท FINNX (www.refinn.com) ผู้สร้างประสบการณ์ Pitching นำเสนอไอเดียธุรกิจ Startup จนตราตรึงใจคนนับไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท  ภายในระยะเวลาเพียง 3  ปี และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

หากถามว่า เทคนิกการ Pitching และการเตรียมความพร้อมของข้อมูลในการ Pitch สำคัญอย่างไร เราคงเห็นได้ผ่านตัวอย่าง จากธุรกิจ Startup มากมาย ที่จำเป็นต้องฝึกซ้อมและเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพราะด้วยโอกาส และระยะเวลาที่จำกัด ที่จะเป็นตัวกำหนดแนวทางของบริษัทในอนาคตได้

โดยอาจารย์นพ พงศธร ได้ให้เคล็ดลับในการเตรียมตัว Pitching สามารถเริ่มด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้

  1. รู้จักและเข้าใจประเด็นสำคัญของการ Pitching
  2. การสร้าง Pitch Deck 
  3. การตั้งเป้าหมายของการสื่อสาร
  4. การสื่อสาร โดยผสมผสานข้อมูลร่วมกับหลักจิตวิทยา
  5. เรียนรู้และฝึกฝนการจัด Body Language

หากสามารถเริ่มต้นและทำตามขั้นตอนนี้ได้ ก็จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมประยุกต์ใช้ทั้งในเรื่องการทำงาน และการทำธุรกิจได้ และภายในงานยังมี Highlight สำคัญ ที่อาจารย์นพ พงศธร ได้ร่วมเป็นที่ปรึกษา  ให้กับนักศึกษาได้ฝึกการ Pitching อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

15 มิถุนายน 2566 : นายวรเทพ มงคลวาที ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอที จำกัด ลงนามความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับ นายพงศธร ธนบดีภัทร Chief Executive Officer (CEO) บริษัท เอ็ดดู กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ณ บริษัท เออาร์ไอที จำกัด

โดยภายใต้ความร่วมมือนี้ มุ่งเน้นที่จะช่วยพัฒนา และเสริมสร้างทักษะทางดิจิทัล ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับเชี่ยวชาญเฉพาะโปรแกรมให้กับบุคลากรคนทำงานทุกตำแหน่งงาน เพื่อตอบโจทย์ให้กับทุกธุรกิจสามารถขับเคลื่อนและเกิดผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมายขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วน ทุกองค์กรจึงจำเป็นต้องมีคนทำงานที่มีทักษะดิจิทัลอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐาน พร้อมรับกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ และการทดสอบวัดผลด้วยเครื่องมือและระบบที่เป็นมาตรฐานสากล

ภายใต้การสร้างมาตรฐานทักษะทางดิจิทัลระดับสากลที่สำคัญต่อทุกองค์กรนั้น ครอบคลุมทั้ง Hard Skill และ Soft Skill ภายใต้มาตรฐานใบรับรองที่หลากหลายทักษะ ดังนี้

สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) ร่วมกับ EDDU Group International  จัดหลักสูตร "Data for Entrepreneur" ให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีความสนใจทางด้านธุรกิจ พร้อมวิทยากร "อาจารย์นพ-พงศธร ธนบดีภัทร" CEO&CO-Founder บริษัท FINNX เจ้าของธุรกิจ Startup เบอร์ต้นของเมืองไทยผู้นำ Data มาใช้ในการทำงานจนทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีและเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

รองศาสตราจารย์ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) เปิดเผยว่า iNT ได้ร่วมกับ EDDU Group International (www.eddu.org) จัดหลักสูตร "Data for Entrepreneur" ให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีความสนใจทางด้านธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์นพ พงศธร ธนบดีภัทร CEO&CO-Founder บริษัท FINNX (www.refinn.com) ซึ่งเป็นธุรกิจ Startup ที่มีการนำ Data มาใช้ในการทำงานจนทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่ามากกว่า500 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

โดยหัวใจสำคัญของการใช้ Data มาพัฒนาธุรกิจในปัจจุบันประกอบด้วย การทำ Data Analytics และการทำ Data Visualization ไปสร้างให้เกิด Data Driven Marketing ที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ นอกจากนี้ผู้บริหารรุ่นใหม่มักให้ความสำคัญกับ Data Analytics เพราะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจมองเห็นโอกาสใหม่ รวมถึงการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ ในหลายองค์กรยังนำ Data มาช่วยคิดกลยุทธ์ต่างๆ ที่สามารถเพิ่มยอดขายได้มากกว่าปกติจนทำให้ธุรกิจโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทางการตลาดนั้น Data ก็มีบทบาทช่วยสร้างแคมเปญการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะ Data ช่วยให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับทำให้รู้แนวโน้มพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างแคมเปญมารองรับพฤติกรรมเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี

สำหรับขั้นตอนการทำ Data Analytics สามารถเริ่มด้วย 6 ขั้นตอนเบื้องต้นดังนี้ 1. รู้จักและเข้าใจปัญหาของธุรกิจ, 2. มีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา, 3. จัดข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมกับตรวจเช็กข้อมูลให้ถูกต้อง, 4. ทำการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างข้อมูลเชิงลึกในรูปแบบต่างๆ, 5. นำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้และทดลองใช้ และ 6. ติดตามผลลัพธ์และนำมาปรับปรุง ทั้งนี้หากสามารถเริ่มต้นและทำตามขั้นตอนนี้ได้ก็จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นเพียงแค่รู้จักการใช้ Data ซึ่งถือเป็นสิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่หรือคนที่สนใจด้านนี้ควรให้ความสำคัญ

"อีกหนึ่งตัวอย่างให้เห็นภาพของการนำ Data มาใช้หากวันนี้คุณเป็นผู้บริหารขององค์กรและได้รับโจทย์มาจากนักลงทุนว่าต้องเพิ่มยอดขายให้ได้มากขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า หากลองคิดแบบเร็วๆ ก็อาจจะใช้วิธีเน้นเพิ่มลูกค้า สมมติปกติธุรกิจสามารถสร้างยอดขาย 1 ล้านบาท จากลูกค้า 1,000 คน และโจทย์ก็คือต้องได้ยอดขายมากขึ้น 2 เท่า นั่นก็คือต้องทำให้ได้ยอดขายอย่างน้อย 2 ล้านบาท หากเลือกใช้วิธีเน้นเพิ่มลูกค้า ก็ต้องหาลูกค้าเพิ่มอีก 1,000 คน และทีมที่จะมารับผิดชอบงานส่วนนี้ ก็คือทีมการตลาด พร้อมกับต้องเพิ่มงบให้ทีมการตลาดในการหาลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ในความจริงแล้วการทำธุรกิจนั้นมีหลายตัวแปรไม่ใช่แค่การเพิ่มงบการตลาดแล้วจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเพียงอย่างเดียว อย่างเช่นร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ในไทยที่ทุกคนรู้จักดี ก็มีการจัดแคมเปญในเรื่องของการสะสมแสตมป์ในช่วงปลายปีซึ่งตรงนี้เป็นการทำให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้ามากขึ้นแถมยังช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาถี่มากขึ้นด้วย เช่น ถ้าลูกค้าต้องการที่จะซื้อแชมพู แต่อยู่ในช่วงสะสมแสตมป์และทุกครั้งที่ซื้อครบอย่างน้อย 40 บาทก็จะได้แสตมป์1 ดวง ร้านสะดวกนี้ก็อาจจะเป็นตัวเลือกหลักที่ลูกค้ากลับมาซื้อ แคมเปญนี้ทำให้ร้านสะดวกซื้อประสบความสำเร็จในการดึงดูดลูกค้าและการเพิ่มยอดซื้อสินค้าต่อบิล" รองศาสตราจารย์ดร.ยศชนัน กล่าว

อย่างไรก็ตามสำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้แคมเปญดังกล่าวประสบความสำเร็จได้นั่นก็คือการวิเคราะห์จากข้อมูลและพิจารณาว่าตัวแปรใดที่ทำให้เป้าหมายสำเร็จได้ซึ่งนี่ก็คือตัวอย่างของการใช้ Data มาวิเคราะห์แล้วนำมาวางแผนกลยุทธ์ในการทำการตลาดที่เรียกว่า Data Driven Marketing การใช้ประโยชน์จาก Data นั้นสามารถทำได้หลายมิติไม่ว่าจะเป็นการทำ Data Analytics หรือ Data Visualization ซึ่งเป็นอีกวิธีที่ดีในการนำมาเสริมสร้างธุรกิจให้แข็งแรงขึ้น ใน Workshop ครั้งนี้จะพูดถึงประเด็นสำคัญของการนำ Data มาสร้างโอกาสทางธุรกิจ พร้อมยกตัวอย่างให้เข้าใจมากขึ้น

นอกจากนี้ภายในงานยังมี Highlight สำคัญที่อาจารย์นพ พงศธร ได้ร่วมเป็นที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาได้ฝึกการนำเสนอข้อมูลอย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นไปตามแผนพัฒนาธุรกิจ Startup ที่มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งเน้นในการสนับสนุนนักศึกษาให้มี Entrepreneurship และสร้าง Ecosystem ธุรกิจขึ้นมาและอีกหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะทำให้นักศึกษามี Entrepreneurship ที่ดีคือการรู้จักสร้างโอกาสให้ธุรกิจจาก Data เพราะการทำการตลาดแบบเดิมๆ แล้วคาดหวังให้ธุรกิจยั่งยืนนั้นเป็นเรื่องที่ยาก Data จึงเข้ามามีบทบาทในธุรกิจ การตลาด และการบริหาร ซึ่งไม่ใช่แต่องค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จาก Data แต่ธุรกิจ Startupและ SME ธุรกิจออนไลน์ก็หันมาใช้Data ในการพัฒนาธุรกิจเช่นกัน

We use cookies, please see our policy and setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram