เมื่อพูดถึงการทำการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing ช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ จากนักการตลาดและผู้ประกอบธุรกิจคงหนีไม่พ้นแอปพลิเคชัน Facebook เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้มีผู้ใช้งานจำนวนมากและมีฟีเจอร์เด็ด อย่าง Facebook Ads ที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าและกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์จากการโฆษณาได้อีกด้วย เรียกได้ว่าฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์การทำการตลาดออนไลน์ได้แบบครบวงจรเลยทีเดียว
หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือกำลังมองหาวิธีโปรโมทสินค้าด้วยการยิง Ads FB แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับ Facebook Ads เพื่อช่วยให้แบรนด์ธุรกิจประสบความสำเร็จมากขึ้น
Key Takeaways
สารบัญบทความ
Facebook Ads คือเครื่องมือโฆษณาออนไลน์ที่ให้บริการโดยแพลตฟอร์ม Facebook เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจ หรือผู้ใช้งานสามารถโปรโมทสินค้าและบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายด้วยตัวเองได้ตามต้องการ อีกทั้งฟีเจอร์นี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การสร้างแคมเปญโฆษณา ไปจนถึงการติดตามผลลัพธ์ ทำให้เป็นการทำ Digital Marketing รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ หรือคนที่ยังไม่เคยใช้งาน Facebook Ads มาก่อน สามารถสร้างโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือคุณสามารถเรียนการตลาดออนไลน์ก็ได้ ก่อนนั้นเรามาดูกันว่าหลักการทำงานของ Facebook Ads นั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
สำหรับหลักการทำงานของ Facebook Ads นั้น มีขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก แม้ว่าคุณจะยังไม่เคยยิง Ads FB มาก่อนเลยก็ตาม ก็สามารถใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่าย ดังนี้
ก่อนเริ่มต้นสร้างแคมเปญ คุณต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน อย่างการเพิ่มยอดขาย การเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ หรือสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ เป็นต้น
Facebook Ads ใช้ข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ใช้งาน เช่น ความสนใจ พฤติกรรม และข้อมูลประชากร เพื่อช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมกับโฆษณาของคุณ
เลือกรูปแบบโฆษณาที่เหมาะสมได้ตามต้องการ เช่น ภาพนิ่ง วิดีโอ หรือ Carousel พร้อมสร้างข้อความและ Call-to-Action (CTA) เพื่อดึงดูดความสนใจ
คุณสามารถกำหนดงบประมาณรายวัน หรือรวมทั้งแคมเปญก็ได้ อีกทั้งยังเลือกช่วงเวลาที่โฆษณาจะแสดงผล เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดได้อีกด้วย
Facebook ใช้อัลกอริทึมเพื่อแสดงโฆษณาของคุณไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากความเกี่ยวข้องและการแข่งขันของโฆษณาในตลาด
หลังจากโฆษณาเผยแพร่ คุณสามารถติดตามผลลัพธ์ผ่านเครื่องมือ Facebook Ads Manager ที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับ KPI Facebook เช่น การเข้าถึง (Reach) การคลิก (Click) และยอดขาย (Conversion) เพื่อปรับปรุงแคมเปญในอนาคต
ในส่วนของ Facebook Ads นั้นได้มีการแบ่งประเภทการใช้งานไว้ 7 ประเภทด้วยกัน เพื่อให้คุณสามารถเลือกรูปแบบโฆษณาออนไลน์ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและธุรกิจของคุณได้มากที่สุด ซึ่งมีดังนี้
Facebook Ads ประเภทนี้เป็นการทำโฆษณาออนไลน์ที่ใช้รูปภาพเพียงภาพเดียว แต่สามารถดึงดูดสายตาของกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด เหมาะสำหรับการโฆษณาที่ต้องการสื่อสารแบบกระชับและเข้าใจง่าย เช่น โปรโมชั่นสินค้าใหม่ หรือส่วนลด เป็นต้น
รูปแบบนี้จะใช้เป็นคลิปวิดีโอแบบสั้น ๆ เพื่อเล่าเรื่องราวของแบรนด์ หรือแสดงการใช้งานสินค้า เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ผู้ใช้งานให้ความสนใจไม่น้อยกว่าการใช้รูปภาพ ซึ่งถ้าหากแบรนด์สามารถทำคลิปวิดีโอออกมาให้น่าสนใจก็จะสามารถดึงดูดผู้ที่เข้ามารับชมให้มีส่วนร่วม (Engagement) และติดตามเพิ่มมากขึ้น
การโฆษณาออนไลน์แบบสไลด์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนดูรูปภาพ หรือวิดีโอได้หลายชิ้นในโพสต์เดียว ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลื่อนดูทางซ้าย หรือขวาได้ตามต้องการ Facebook Ads รูปแบบนี้ยังสามารถใส่ลิ้งก์เพื่อเชื่อมโยงไปยัง Landing Page และเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้รับชมใช้เวลาในการดูนานยิ่งขึ้น
Facebook Ads ประเภทนี้เป็นโฆษณาออนไลน์ที่รวมรูปภาพ หรือวิดีโอสินค้าหลายชิ้นไว้ในรูปแบบของคอลเลกชัน และมาพร้อมปุ่ม Call-to-Action (CTA) อย่าง "Shop Now" เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย ยกตัวอย่าง เช่น โปรโมตสินค้าแฟชั่น หรือผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน
Canvas Ads หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Instant Experience Ads เป็นรูปแบบโฆษณาออนไลน์บน Facebook แสดงผลแบบอินเทอร์แอกทีฟ เมื่อผู้ใช้งานคลิกที่โฆษณา หน้าต่างแบบเต็มหน้าจอจะเปิดขึ้นทันที โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม โฆษณารูปแบบนี้รองรับการผสมผสานเนื้อหาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ วิดีโอ ข้อความ และลิงก์ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเล่าเรื่องราว หรือโปรโมตสินค้าได้ตามความต้องการ อีกทั้งยังช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้งานให้มากขึ้นอีกด้วย
Facebook Ads ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจโฆษณาสามารถกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มได้ทันที โดยที่แบรนด์จะทำการติดต่อกลับในภายหลัง รูปแบบโฆษณาประเภทนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเก็บข้อมูลของลูกค้า เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือการสมัครเรียนในคอร์สต่าง ๆ ด้วยความสะดวกสบายในการกรอกข้อมูลโดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม จึงทำให้ Facebook Ads ประเภทนี้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับธุรกิจที่ต้องการเชื่อมต่อกับลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
โฆษณารูปแบบนี้จะแสดงผลในแอป Messenger ทันทีที่ลูกค้าให้ความสนใจและคลิกที่โฆษณา โดยระบบจะเปิดช่องแชทของ Facebook เพื่อเริ่มต้นการสนทนาในทันที ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมต่อกับแบรนด์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
Facebook Ads เป็นหนึ่งในเครื่องมือโฆษณาที่ทรงพลังและได้รับความนิยมสูงสุดในยุคดิจิทัล ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน Facebook ที่มีมากกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก ทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับธุรกิจในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ การใช้ Facebook Ads ไม่ได้ช่วยเพียงแค่การเพิ่มยอดขาย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจ ดังนี้
ด้วยเครื่องมือ Targeting บน Facebook ทำให้คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายตามอายุ เพศ ความสนใจ พฤติกรรม และสถานที่ได้ตามต้องการ ทำให้การโฆษณาเข้าถึงคนที่สนใจสินค้าหรือบริการได้มากที่สุด
ฟีเจอร์ Facebook Ads ช่วยให้คุณตั้ง ราคา หรืองบประมาณสำหรับโฆษณาได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นรายวันหรือรายแคมเปญ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามผลลัพธ์ เพื่อให้ได้ ROI ที่คุ้มค่าที่สุด
Facebook Ads ช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยการแสดงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นหรือสินค้าที่ตรงใจลูกค้า ทำให้ Facebook Ads เป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและสร้างรายได้ให้ธุรกิจได้เป็นอย่างดี
Facebook Ads รองรับการโฆษณาหลายประเภท เช่น รูปภาพ วิดีโอ Stories หรือ Carousel ซึ่งการโฆษณาด้วยรูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้ ส่งผลให้การนำเสนอสินค้าและบริการมีความน่าสนใจ และยังสร้างการมีส่วนร่วมที่ดีให้กับธุรกิจอีกด้วย
คุณสามารถติดตามผลลัพธ์ของโฆษณาได้แบบเรียลไทม์ เช่น จำนวนการเข้าชม การคลิก หรือยอดขาย ผ่านเครื่องมือ Facebook Ads Manager ทำให้คุณสามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที
การสร้างโฆษณาที่น่าสนใจจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานได้ เช่น การกดไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์ ซึ่งนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
ด้วยฟีเจอร์ Retargeting และ Lookalike Audience ของ Facebook Ads สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ที่มีความสนใจใกล้เคียงกับกลุ่มลูกค้าเดิมได้ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าอีกด้วย
Facebook Ads เป็นเครื่องมือโฆษณาออนไลน์ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์หลายรูปแบบ ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างแคมเปญที่มีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนของฟีเจอร์ที่น่าสนใจนั้นมีดังนี้
เครื่องมือที่ช่วยติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ เช่น การเข้าชม การคลิก หรือการซื้อสินค้า ข้อมูลนี้จะเป็นตัวช่วยในการปรับปรุงแคมเปญของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณสามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมายสำหรับโฆษณาได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยให้โฆษณาของคุณแสดงผลในพื้นที่ที่เหมาะสมกับธุรกิจและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
ฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยจัดสรรงบประมาณแคมเปญแบบอัตโนมัติ เพื่อให้การโฆษณามีผลลัพธ์ดีที่สุดในแต่ละกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้
ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานที่มีพฤติกรรม หรือความสนใจคล้ายคลึงกับลูกค้าเดิมของแบรนด์ และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่
ช่วยให้นักการตลาดสามารถควบคุมตำแหน่งโฆษณาและแสดงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างความมั่นใจว่าการลงทุนโฆษณาจะให้ผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ
ฟีเจอร์นี้ช่วยแสดงโฆษณาไปยังผู้ใช้งานที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ เช่น เคยเข้าชมเว็บไซต์ หรือเคยเพิ่มสินค้าในตะกร้าแต่ยังไม่ได้ซื้อ เป็นต้น
หากคุณเป็นมือใหม่และอยากเรียนรู้วิธีการใช้งาน Facebook Ads เพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย ก็ตามมาดูรายละเอียดการใช้งานกันตามนี้ได้เลย
แคมเปญ (Campaign) คือ ขั้นตอนการสร้างโฆษณา ซึ่งในส่วนนี้คุณจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการ ซึ่งในการตั้งค่าในส่วนนี้จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกันดังนี้
ชุดโฆษณา (Ad Set) คุณสามารถสร้างได้หลายชุดภายใต้แคมเปญเดียว เพื่อทดลองและค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเป้าหมาย ซึ่งในแต่ละชุดโฆษณา คุณสามารถกำหนดได้หลายรูปแบบตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกจากข้อมูลต่าง ๆ เช่น เพศ อายุ หรือสถานที่ รวมถึงเจาะจงไปที่ความสนใจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลลูกค้าเก่า เพื่อทำการตลาดโดยการสร้างกลุ่มเป้าหมายแบบกำหนดเองได้อีกด้วย
ชิ้นงานโฆษณา (Ad) เป็นส่วนที่ผู้ใช้งาน Facebook จะเห็นโดยตรง ซึ่งการตั้งค่าชิ้นงานโฆษณานั้นคุณสามารถเลือกได้ทั้งโฆษณาที่มีอยู่เดิมบนเพจ หรือสร้างขึ้นมาใหม่ก็ได้ แต่ถ้าหากเป็นแคมเปญที่ต้องสร้างโฆษณาขึ้นมาใหม่จำเป็นต้องเลือกรูปแบบโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและมีเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ จึงจะช่วยเพิ่มโอกาสให้โฆษณาประสบความสำเร็จได้ตามต้องการ
การวัดผลของ Facebook Ads เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้นักการตลาดและธุรกิจสามารถประเมินความสำเร็จของแคมเปญโฆษณา และปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น การติดตาม KPI Facebook อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณทราบว่าโฆษณาสามารถตอบโจทย์เป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ ซึ่งในส่วนของการวัดผลดูได้ดังนี้
CPR – Cost Per Result
Cost Per Result (CPR) หรือ ต้นทุนต่อผลลัพธ์ คือค่าใช้จ่ายที่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่คุณตั้งไว้ของโฆษณานั้น หลักการง่าย ๆ คือ ยิ่งค่า CPR ต่ำเท่าไร โฆษณาของคุณก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะหมายถึงคุณสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่า
CPC – Cost Per Click
ต้นทุนต่อการคลิกที่เกิดขึ้นบนโฆษณาออนไลน์ การวัดผลนี้จะเกิดค่าใช้จ่ายขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้ชมคลิกเท่านั้น เหมาะสำหรับแคมเปญที่เน้นการคลิกเข้าสู่เว็บไซต์หรือ Landing Page
CTR – Cost Through Rate
เปอร์เซ็นต์ของจำนวนการคลิกเมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง (Impressions) คำนวณจาก (จำนวนคลิก ÷ จำนวนการแสดงผล) × 100
CVR – Conversion Rate
อัตราส่วนของจำนวนคนที่ทำตามเป้าหมาย (Conversion) เมื่อเทียบกับจำนวนคลิกทั้งหมด เหมาะสำหรับการวัดผลแคมเปญที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น การขายสินค้า เป็นต้น
การยิงโฆษณา Facebook Ads เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายและสร้างการรับรู้ แต่การทำให้โฆษณาของคุณ "ปัง" และประสบความสำเร็จนั้นต้องอาศัยการวางแผนและคำนึงถึงปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ดังนี้
1. กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
ก่อนเริ่มต้นแคมเปญ คุณต้องกำหนด เป้าหมาย ให้ชัดเจน เช่น เพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ (Traffic) เพิ่มยอดขาย หรือการสมัครใช้งาน (Conversions) ซึ่งการมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณเลือกกลยุทธ์และฟีเจอร์โฆษณาที่เหมาะสมได้ดีที่สุด
2. เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience)
Facebook Ads มีเครื่องมือช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ เช่น อายุ เพศ ความสนใจ และพฤติกรรม พื้นที่หรือสถานที่ตั้ง (Location) ยิ่งคุณรู้จักกลุ่มเป้าหมายมากเท่าไร โฆษณาของคุณก็จะมีโอกาสดึงดูดความสนใจได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้การทดลองใช้ Custom Audience และ Lookalike Audience จะช่วยเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่หรือดึงลูกค้าเก่ากลับมาได้อีกด้วย
3. เลือกรูปแบบโฆษณาที่เหมาะสม
Facebook มีรูปแบบโฆษณาที่หลากหลาย เช่น Image Ads Video Ads Carousel Ads หรือ Stories Ads ซึ่งคุณสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับเป้าหมายและกลุ่มลูกค้าได้ตามต้องการ
4. ออกแบบเนื้อหาโฆษณาที่ดึงดูด (Ad Creative)
เนื้อหาโฆษณา คือหัวใจสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งาน การเลือกใช้ ภาพหรือวิดีโอคุณภาพสูง ที่สะท้อนถึงแบรนด์ รวมถึงการเขียนข้อความ (Ad Copy) ที่กระชับ ชัดเจน และเน้นประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ จะช่วยทำให้ดึงดูดความสนใจได้มากขึ้น
5. กำหนดงบประมาณและเวลาที่เหมาะสม
เลือกประเภทงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็น Daily Budget ใช้งบประมาณรายวัน หรือ Lifetime Budget กำหนดงบสำหรับทั้งแคมเปญ และตั้งเวลาการแสดงโฆษณาให้ตรงกับช่วงเวลาที่กลุ่มเป้าหมายออนไลน์ เช่น ช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เป็นต้น
6. ทดลองและปรับปรุง (A/B Testing)
ทดลองโฆษณาหลายเวอร์ชันเพื่อดูว่าเนื้อหาแบบไหนที่กลุ่มเป้าหมายตอบสนองดีที่สุด เช่น ทดลองข้อความ (Ad Copy) หรือทดลองด้วยภาพ วิดีโอ และใช้ผลลัพธ์จากการทดลองเพื่อปรับปรุงแคมเปญให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
7. ติดตามและวัดผลลัพธ์ (Performance Tracking)
ใช้ Facebook Ads Manager เพื่อตรวจสอบ KPI Facebook เช่น การเข้าถึง (Reach) อัตราการคลิก (CTR) ต้นทุนต่อการคลิก (CPC) อัตรา Conversion จากนั้นติดตามผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตัดสินใจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุด
Facebook Ads เป็นเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก และเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตามต้องการ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการมือใหม่ หรือธุรกิจที่ต้องการขยายตลาด การยิง Ads FB ก็สามารถตอบโจทย์กลยุทธ์ทางการตลาดได้แบบครบวงจร
หากในตอนนี้คุณกำลังมองหาเทคนิคการใช้ Facebook Ads เพื่อนำมาพัฒนาแคมเปญการตลาดให้ประสบผลสำเร็จ eddu มีหลักสูตรการตลาดออนไลน์ให้เลือกเรียนหลายคอร์สด้วยกัน ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นทำธุรกิจหรือมีประสบการณ์อยู่แล้วก็ตาม หลักสูตรการตลาดจาก eddu ของเราจะช่วยให้คุณเข้าใจกลยุทธ์ทางการตลาดได้แบบรอบด้านแน่นอน
Copyright ©2024Eddu Group International Co.,Ltd.