ถ้าคุณคือเจ้าของธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าที่ต้องการให้ยอดขายติดเพดาน บทความนี้จะไม่ใช่บทความที่คุณต้องการ เเต่ถ้าคุณคือเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าที่อยากให้ยอดขายของคุณโตขึ้นไปมากกว่าเดิม บทความนี้จะเเนะนำวิธีการใช้ Data เเบบที่คุณเองก็เริ่มทำได้

การทำธุรกิจต่างก็มีปัญหาในการเพิ่มยอดขาย เเละยังเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะหาวิธีเเก้ไข เพื่อให้ยอดขายของคุณไม่ติดเพดาน เเล้วจะมีวิธีไหนที่สามารถทำให้ยอดขายของคุณโตขึ้นเรื่อยๆ จาก 1 จนถึง 10 เท่าได้

ผมเชื่อครับว่าคุณที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า หรือเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าต่างก็มีสินค้าที่ดีเเละต้องการนำเสนอขายให้กับลูกค้า เเต่ต้องอย่าลืมนะครับว่า ในปัจจุบันนี้สินค้าที่ดีอย่างเดียวไม่พอกับการชนะใจลูกค้า เพราะลูกค้ามีทางเลือกมากมายเพียงเเค่ลูกค้าของคุณใช้มือถือ 1 เครื่อง ก็สามารถเข้าถึงร้านขายเสื้อผ้าได้อีกหลายร้าน

แล้วต้องทำอย่างไรเพื่อให้คุณสามารถชนะใจลูกค้าได้?

คุณที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือเจ้าของธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าที่กำลังหาอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของคุณ “Data” จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะทำให้คุณสร้างยอดขายที่มากกว่าเดิม เพราะ Data คือ ข้อมูลที่เป็นความจริง ที่จะซัพพอร์ตความรู้สึกของคุณ ว่าสินค้าของคุณดีในสายตาลูกค้ามากเเค่ไหน หรือ ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ใช่หรือไม่

เพราะ ถ้าคุณอยากจะชนะใจลูกค้า คุณต้องรู้จักลูกค้าหรือคนที่จะมาเป็นลูกค้าของคุณให้มากพอ เพื่อที่จะทำให้ลูกค้าของคุณเกิดความประทับใจ และกลับมาซื้อกลับคุณอีกครั้ง เพราะในทางการตลาดเเล้วค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่สูงกว่าในการรักษาลูกค้าเดิมมากๆ ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการที่จะทำธุรกิจด้วยการใช้ Data หรืออยากที่จะตัดสินใจลงทุนอะไรเเล้วเกิดความเสี่ยงน้อยลง มาพบกันได้ในงาน Data Driven Strategy หลักสูตรสำหรับเจ้าของธุรกิจที่จะเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีใช้ Data ให้ธุรกิจคุณ

ในบทความนี้จะมายกตัวอย่าง Data ทั้ง 5 ตัว ที่คุณเองก็สามารถเริ่มเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ได้ตั้งเเต่ตอนนี้ เพื่อเป็นเเนวทางในการปรับใช้ให้กับคุณว่าธุรกิจร้านอาหารควรเก็บข้อมูลยังไงบ้าง

1. Awareness คือการรับรู้ของลูกค้า เป็นการที่คุณจะต้องรวบรวมข้อมูลเเล้วนำมาตอบให้ได้ว่า ลูกค้าของคุณรู้จักได้อย่างไร รู้จักเเบรนด์ของคุณผ่านช่องทางไหน เพื่อให้คุณสามารถรู้ถึงวิธีการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของคุณได้มากขึ้น และสามารถต่อยอดได้ไปจนถึงการสร้างเเบรนด์เพื่อให้ลูกค้าจำเเบรนด์ของคุณได้

2. จำนวนลูกค้าของคุณ คุณจำเป็นที่ต้องรู้ว่าลูกค้าของคุณมี่กี่คน ใน 1 วันมีคนสนใจเสื้อผ้าหรือสินค้าที่คุณขายมากน้อยขนาดไหน จนถึงคนที่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าจากคุณ เพราะจำนวนของลูกค้าในเเต่ละวันจะเป็นตัวเลขที่บอกคุณรู้ถึงเเนวโน้มของธุรกิจคุณได้

3. การชำระเงินต่อครั้ง เป็นการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าว่า ลูกค้าของคุณจะจ่ายเงินให้กับสินค้าเเบบไหน และไม่เพียงเท่านั้นคุณจะสามารถรู้ได้ด้วยว่า มูลค่าของสินค้าที่ลูกค้ารับรู้ได้ กับการตั้งราคาของคุณเหมาะสมกันมากน้อยเเค่ไหน เพียงเเค่คุณรู้ในจุดนี้คุณจะสามารถรู้ได้ว่าคุณต้องตั้งราคาเเบบไหน เพื่อให้ลูกค้าของคุณซื้อสินค้าจากคุณเพิ่มมากขึ้น

4. การสร้างโอกาสให้ซื้อซ้ำ ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจมากๆ ข้อมูลในส่วนนี้คือข้อมูลที่จะบอกคุณว่า ทำไมลูกค้าถึงกลับมาซื้อซ้ำ และจะเป็นเเนวทางให้กับคุณว่าต้องทำอย่างไร เพื่อให้ลูกค้าของคุณกลับมาซื้อสินค้ากับคุณอีก

5. จำนวนสต๊อกสินค้า คุณจำเป็นต้องมีข้อมูลของสินค้าทั้งหมด คุณขายได้หรือรับมามากน้อยเเค่ไหน เพื่อให้คุณสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้กับการจัดการระบบหลังบ้านได้ เพราะคุณต้องอย่าลืมว่าการทำธุรกิจที่ระบบหลังบ้านไม่ดี ย่อมส่งผลต่อระบบหน้าบ้านของธุรกิจ

เเละนี่เป็นเพียงตัวอย่างข้อมูลส่วนหนึ่ง ที่คุณสามารถนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจได้ เเต่ทั้งหมดนี้การที่จะเลือก Data ส่วนไหนมาใช้ก็จะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณ

การทำธุรกิจในยุคนี้ อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เรื่องของการทำราคาที่ดีกว่าหรือถูกว่าเสมอไป เเต่มันอยู่ที่คุณรู้จักลูกค้าของคุณ ได้มากหรือน้อยขนาดไหนเพราะถ้าคุณรู้จักลูกค้าของคุณมากพอคุณก็จะมีโอกาสที่จะชนะใจลูกค้าได้มากตาม เเล้วถ้าคุณอยากรู้เพิ่มเติมว่า Data มีผลต่อการเพิ่มยอดขายให้คุณได้มากเเค่ไหน คุณสามารถมาเรียนรู้ได้ในงาน Data Driven Strategy หลักสูตร Data สำหรับเจ้าของธุรกิจที่จะเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีใช้ Data ให้ธุรกิจของคุณสร้างรายได้ที่มากขึ้น จาก 1 จนถึง 10 เท่า

คลิกเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติม

สำหรับการทำธุรกิจความงามเเล้ว ต่อให้มีเครื่องมือดีมากขนาดไหน หรือมีสินค้าเเละการบริการที่ดีมากก็ตาม เเต่ถ้าคุณไม่สามารถที่จะสื่อไปถึงลูกค้าที่จะมาใช้การบริการของคุณได้เลย ก็ไม่ต่างกับการที่คุณกำลังลงทุน ลงเเรงทำธุรกิจ เเบบไม่มีข้อมูลอะไรเลย

ในตอนนี้ที่ธุรกิจความงามมีการเเข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่มีการเเข่งขันสูงเเบบนี้ ?

👉 Data จึงเป็นคำตอบหนึ่งของคำถามนี้ เพราะในปัจจุบันธุรกิจต้องใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพราะ Data คือสิ่งที่จะทำให้คุณที่ทำธุรกิจด้านความงาม รู้จักลูกค้าของคุณได้จริงๆ

ยิ่งคุณมี Data มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรู้จักลูกค้าที่จะมาใช้บริการของคุณมากขึ้นเท่านั้น เพราะถ้าคุณไม่รู้จักลูกค้าของคุณเลย ถือว่าเป็นเรื่องยากมากๆ ที่คุณจะทำธุรกิจในยุค Digital เเบบนี้

ซึ่งการที่จะเลือกใช้ Data ทั้ง 5 ตัวนี้ ก็จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายของธุรกิจด้วย ว่าคุณต้องการข้อมูลเเบบไหน แต่วันนี้จะมายกตัวอย่างให้ดูว่าคลินิกเสริมความงามควรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

1.Awareness คือการรับรู้ของลูกค้า คุณต้องรู้ว่าเมื่อพูดถึงแบรนด์ของคุณ ลูกค้ารู้จักในทันทีเลยหรือเปล่า ซึ่งสำหรับ Data ในส่วนนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ ว่าควรลงทรัพยากรในการทำเพิ่มขึ้นหรือลดลง

2.จำนวนผู้ใช้บริการ สำหรับ Data ตัวนี้จะทำให้คุณรู้ว่า ในแต่ละวันแต่ละเดือนหรือแต่ละปี คุณมีลูกค้าของคุณมากน้อยเท่าไหร ซึ่งมันสามารถนำมาใช้พิจารณาในการปรับปรุงการบริการ, การทำการตลาด, บรรยากาศในร้าน ฯลฯ

3.การชำระต่อรอบบริการ สำหรับ Data ตัวนี้จะช่วยให้คุณเห็นพฤติกรรมของลูกค้าในการซื้อบริการของคุณ คุณสามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนากระบวนการในการ Upsell ได้ และนอกจากนี้มันยังช่วยกรองเกรดลูกค้าให้คุณ เพื่อใช้ในการทำ CRM ได้

4.อัตราการเลิกใช้ คือการที่คุณต้องหาข้อมูลที่จะทำให้ลูกค้าสนใจใช้บริการคุณอีกครั้ง เพื่อเป็นการลดโอกาสที่คุณจะเสียลูกค้า เช่นคุณต้องรู้ว่าทำไมลูกค้าถึงเลิกใช้บริการ หรือทำไมถึงใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาปรับใช้ให้ธุรกิจของคุณสามารถดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการได้อีก

5.Retention คือการที่คุณต้องหาข้อมูลที่จะทำให้ลูกค้าเลือกที่จะกลับมาใช้บริการอีกครั้ง เป็นการสร้างอัตราการซื้อซ้ำให้กับธุรกิจ เช่น การนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าสนใจจริงๆ นี่คือจุดหลักสำคัญของ Retention คุณจะต้องมีข้อมูลของลูกค้าที่ใช้บริการ เพื่อที่จะทำให้เกิด Retention ขึ้นมาได้

👉 จะเห็นได้ว่า 5 ข้อมูลนี้คุณจะสามารถหาได้ตั้งเเต่ที่คุณเริ่มมี ลูกค้าคนเเรกที่มาใช้บริการกับธุรกิจของคุณ ถ้าคุณรวมรวบข้อมูลเหล่านี้จนมีมากพอ คุณจะสามารถรู้ได้ว่า กลุ่มลูกค้าของคุณคือใคร มีความต้องการเเบบไหน เเละอีกหลายสิ่งที่ข้อมูลจะทำได้ เพื่อให้คุณได้เปรียบมากกว่า และชนะใจลูกค้าของคุณได้ดีกว่า

ถ้าคุณคือผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจคลินิก ที่อยากรู้ข้อมูลทั้ง 5 ตัวมากกว่านี้ จนไปถึงต้องการรู้ว่าเก็บ Data เเบบไหนถึงจะดี แล้วต้องนำ Data ที่มีมาใช้ประโยชน์เเบบไหนเพื่อให้ดีกับธุรกิจของคุณจริงๆ คุณสามารถมาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในคอร์สสด Data Driven Strategy หลักสูตรที่จะช่วยให้คุณใช้ Data ขับเคลื่อนธุรกิจคุณเเบบก้าวกระโดด

คลิกเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติม

หลักการในการทำธุรกิจในโลกนั้นมีมากมาย มีหลากหลายล้านเรื่องราวที่ให้ได้เรียนรู้ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมที่คุณทำอยู่หรือขนาดของธุรกิจของคุณ ฯลฯ แต่ไม่ว่าคุณจะศึกษาข้อมูลมาจากที่ไหนหรือว่าจะอ่านตำรามาสักกี่เล่ม แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการทำธุรกิจต้องมีเพียง 5 พื้นฐานนี้

ซึ่งเราจะช่วยสรุปสิ่งที่คุณควรโฟกัสในการทำธุรกิจและช่วยให้คุณทบทวนว่าคุณบริหารธุรกิจได้ดีแล้วหรือยัง

👉 การบริหารจัดการ

การวางระบบ คือหนึ่งในการบริหารจัดการซึ่งเปรียบเสมือนการวางกระดูกสันหลังให้กับธุรกิจ ในวันที่คุณเริ่มธุรกิจคุณอาจเริ่มต้นมาด้วยตัวคนเดียวหรือเริ่มมาด้วยทีมเล็ก ๆ ซึ่งการบริหารจัดการระบบคงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร เพราะระบบก็คือตัวคุณเอง

แต่เมื่อวันที่ทีมของคุณขยายใหญ่ขึ้นคุณจะมีเรื่องให้บริหารจัดการเยอะขึ้น เชื่อได้ว่าคงมีเรื่องไม่น้อยที่จะทำให้คุณปวดหัวกับการบริหารจัดการและปล่อยมือกับสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะเกิดมาจากคุณวางระบบเป็นตัวเอง

หากคุณทำธุรกิจพร้อมกับวางระบบให้กับทุกเรื่อง เช่น ระบบการวัดการวัดผล คุณก็รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรและจะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ หรือระบบเรื่องของคน คุณก็จะได้คนที่ทำงานตรงกับความต้องการของคุณ ฯลฯ

👉 การตลาด

คงมีหลาย ๆ ท่านที่กำลังทำธุรกิจและสนใจในเรื่องของการตลาดเป็นพิเศษ เพราะเป็นวิธีที่ทำให้คนรู้จักและช่วยหาเงินให้กับธุรกิจของคุณ หลาย ๆ คนอาจคิดว่าการทำการตลาดนั้นจำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อที่จะช่วยดึงดูดให้มีลูกค้าเข้ามา ซึ่งไม่ใช่ความคิดที่ผิด

แต่นอกจากความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องมีแล้วสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือสิ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า ต่อให้คุณสรรค์สร้างโฆษณาที่สร้างสรรค์เพียงใด แต่หากไม่ตอบโจทย์กับสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ เขาก็คงเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมผลงานโฆษณาที่สร้างสรรค์ของคุณเพียงเท่านั้นแต่ไม่ใช่คนที่จะเป็นลูกค้าของคุณ

👉 การสร้างแบรนด์

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญและถูกพูดถึงอยู่บ่อย ๆ เพราะ Branding เปรียบเสมือน จุดยืน บุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ และความเป็นตัวตนของแบรนด์ ซึ่งเหมือนเป็นการสื่อสารคุณค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ออกไปให้ผู้คนได้รับรู้

การสร้างแบรนด์มีเป้าหมาย เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ทำให้ผู้คนจดจำ และช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ โดยมีองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้สร้างภาพจำ เช่น ชื่อแบรนด์ โลโก้ สโลแกน กลยุทธ์การเล่าเรื่อง เป็นต้น

👉 การเงิน

เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะซับซ้อนและเข้าใจยากที่สุด เชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายท่านปวดหัวกับเรื่องนี้ไม่ใช่น้อย ซึ่งจริง ๆ แล้วมีเทคนิคง่ายนิดเดียว หน้าที่ของการเงินคือ คุณต้องหาเงินให้ได้มากว่าที่ต้องจ่ายไปและคุณควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องจุดคุ้มทุนและระยะเวลาคืนทุน ซึ่งจะช่วยให้คุณบริหารเงินได้ดีและช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการหมุนเงินอีกด้วย

👉 การบริหารคน

หลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในธุรกิจปฎิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากคน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่ยากที่สุดส่วนหนึ่งในทุกภาคส่วนชองธุรกิจ ไม่ว่าจะขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่

ทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งที่มูลค่าสูง การบริหารจัดการคนจึงเป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจ เพราะการมีพนักงานที่เหมาะสมกับงาน ใช้ความรู้ ความสามารถให้การทำงานได้อย่างเต็มที่ สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ มีความเข้าใจและเหมาะสมกับองค์กร จะสามารถช่วยผลักดันให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้

จาก 5 พื้นฐานสำคัญในการทำธุรกิจ ทุกด้านล้วนมีความเชื่อมโยงและผูกพันธ์กันอยู่ การวางระบบ คือกระดูกสันหลังในการทำธุรกิจ จะช่วยให้คุณเข้าใจและวางแผนในการทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการทำการตลาดที่จะทำให้ผู้คนได้รู้จักคุณ, การสร้างตัวตนของธุรกิจคุณเพื่อที่จะให้คนได้เข้าใจและรับรู้คุณค่าในสิ่งที่คุณเป็น, การบริหารจัดงานเงินที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินต่อไปได้ และการบริหารจัดการคนที่จะช่วยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนขององค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่กำลังทวบทวนถึงการบริหารธุรกิจอยู่ไม่มากก็น้อย หากคุณยังบริหารจัดการ 5 พื้นฐานนี้ไม่ดีพอ หรือยังไม่สามารถหาทางออกได้

หลักสูตร XMBA สรุป MBA ใน 2 สัปดาห์ ที่จะสอนทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ในการทำธุรกิจ จะช่วยให้คุณได้ความรู้ แนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ และแก้ปัญหาของคุณได้

คลิกเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติม

👉 ในปัจจุบันองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Data ตั้งเเต่การรวบรวมข้อมูลไปจนถึงการนำมาใช้ในการตัดสินใจ มักจะเป็นองค์กรที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และนี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่ง 🔑 ที่ถ้าคนทำธุรกิจขาดไป ก็จะทำให้คุณไม่สามารถอยู่ในยุคที่มีการเเข่งขันสูงเเบบนี้ได้ 🎯 นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ทำไมผู้บริหาร ถึงต้องใช้ Data เพราะ Data คือความจริง เป็นข้อมูลที่ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจสามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจเเละวัดผลได้

👉 และที่สำคัญ Data ไม่เพียงเเค่ช่วยในการตัดสินใจเท่านั้น เเต่คุณยังสามารถนำ Data มาใช้ในการบริหารองค์กร หรือใช้เพื่อการดูแลพนักงานได้ เพราะเหตุนี้ Data จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารจะมองข้ามไม่ได้

3 เหตุผลว่าทำไมผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจ ไม่ควรมองข้าม Data

  1. คุณสามารถนำมาปรับใช้กับพนักงานของคุณได้
    เพื่อให้คุณสามารถติดตามงาน หรือเข้าใจพฤติกรรมของพนักงานในองค์กรของคุณมากขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน เเละการดูเเลพนักงาน ❤️ เพราะการที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับพนักงานของคุณเลย คุณอาจจะเสียพนักงานของคุณไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว
  2. คุณจะเข้าใจลูกค้าของคุณมากขึ้น
    เมื่อคุณมีพฤติกรรมของลูกค้าคุณ เป็น Data แล้ว ก็ถือว่าธุรกิจของคุณก็ย่อมมีความได้เปรียบ เพราะ เมื่อคุณมีข้อมูลที่มากพอ คุณก็จะรู้ได้ว่าลูกค้าของคุณต้องการอะไร และหากคุณสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ได้เเบบถูกวิธี 📊 คุณก็จะเข้าใจลูกค้าของคุณมากขึ้น รู้ว่าลูกค้าของคุณชอบอะไร มีพฤติกรรมเเบบไหน เพื่อให้คุณสามารถปิดการขายได้ รวมไปถึงการนำ Data 🌐 ที่มีมาสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดได้ เช่น การทำ ให้ลูกค้าที่เป็นขาจร เปลี่ยนเป็นลูกค้าขาประจำ หรือการที่ต่อให้คุณทำสินค้าใหม่ออกมา ก็จะการันตีได้ว่ายังไงก็ปัง!!
  3. คุณจะสามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลง
    Data ที่คุณมีสามารถบอกได้ว่า เทรนด์เเบบไหนดี เทรนด์เเบบไหนไม่ดีสำหรับธุรกิจคุณ เพื่อให้ Data เป็นตัวช่วยในการบริหารความเสี่ยงให้กับธุรกิจ 📈 เพราะ Data จะเป็นทั้งเครื่องมือในการลดความเสี่ยง และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างธุรกิจระดับโลกที่นำ Data มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Netflix มักจะนำเสนอหน้าเเรกเป็นคอนเทนต์ที่ถูกใจคนดู หรือมักจะทำให้คนดูสนใจได้เสมอ เป็นเพราะว่า Netflix ได้ใช้ Data ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งานเเต่ละคน เพื่อที่จะนำเสนอคอนเทนต์ที่คุณจะสนใจ และไม่เพียงเเค่ใช้ในการนำเสนอ เเต่ยังสามารถใช้ Data ในการผลิตภาพยนต์ที่ตรงใจผู้ใช้งาน

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง McDonald’s คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมไม่ว่าจะเปิดร้านกี่สาขา ก็ประสบความสำเร็จ และทำอาหารได้ถูกปากคนทานตลอด เป็นเพราะว่า McDonald’s ใช้ Data ในการปรับปรุงทั้งสินค้าเเละบริการ

.

ในตอนนี้ที่ทุก ๆ อย่างสามารถมาเป็น Data ให้กับเราได้ มันคือยุคที่เราเเข่งขันกันช่วงชิงข้อมูล เพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจมากที่สุด และการที่ธุรกิจมี Data เป็นตัวขับเคลื่อน Data เหล่านี้จะทำให้คุณชนะเกมการตลาด ในประเภทธุรกิจที่คุณกำลังเเข่งขันอยู่

และถ้าหากคุณสนใจหรือต้องการที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Data เพื่อนำมาใช้ในการบริหารธุรกิจ สามารถมาเจอกันได้ใน คอร์สสด Data Driven Strategy หลักสูตรที่จะช่วยให้คุณมีข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน ในการทำธุรกิจ และใช้ Data สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาวได้ สนใจรายละเอียดคลิกที่รูปภาพได้เลย

คลิกเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติม

We use cookies, please see our policy and setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram